**วันนั้น..วันที่ผมจำได้..ว่าตอนเย็น แดดยังคงส่องได้แสงสวย.
.ผมได้ยินเสียง..*โหก ป๊ก..โหก ป๊ก*..ทำให้สงสัย ว่าคงจะมี นกโพระดก
คงจะบินแวะมาทักทายให้ผมได้ยินเป็นแน่..แต่ผมก้อไม่ได้สนใจมากนัก.....และแล้ว..วันรุ่งขึ้นและวันต่อๆมาอีกหลายวัน..ก้อได้ยินเสียงนี้เป็นประจำ..ทำให้ผมต้องแอบไปดู จึงรู้ว่า มีเจ้านกคู่นึง..ในวงศ์นกโพระดก.ซึ่งแท้จริงแล้วคือ..*นกตีทอง*
.บินมาเกาะที่สายไฟฟ้าแรงสูง..ซักครู่นึงแล้วก้อจะย้ายมาเกาะที่ต้นประดู่.ตรงข้ามกับบ้านที่ผมพัก...แล้วจึงบินจากไป..จะเป็นเช่นนี้ทุกๆวัน.......จนมาถึง เมื่อวานและวันนี้.ผมสังเกตุเห็นว่า..จะมีนกมาเพียงตัวเดียว.....โอววว พระเจ้า..คงจะมีการทะเลาะกับคู่ของตัวเองเป็นแน่..จึงถูกเขาทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง..โถ..ทำไมจึงมีชะตาชีวิตคล้ายกับบางคนซะเหลือเกิน..
..โธ่..ชั่งน่าสงสาร..**เจ้าตีทอง.ผู้โดดเดี่ยว**..ซะเหลือเกิน....
** นกตีทอง **
Coppersmith Barbet
ชื่อทางวิทยาศาสตร์: Megalaima haemacephala
--------------------------------------------------------------------------------
ลักษณะทั่วไป
นกตีทองเป็นนกจำพวกนกโพระดกขนาดเล็กที่สุด มีขนาดลำตัวประมาณ 16 เซนติเมตร ตัวผู้และตัวเมียมีลักษณะคล้ายกัน ขนด้านบนตัวมีสีเขียวสด หน้าอกมีแถบสีแดง และด้านใต้ตัวมีลายสีเขียวขนาดเล็ก คอเป็นสีเหลือง รอบตามีสีเหลืองและบนหัวมีแถบสีแดง ปากมีสีดำและมีขนแข็ง นกโตไม่เต็มวัยไม่มีสีแดงที่หน้าผาก
*ถิ่นอาศัย, อาหาร*
พบในทวีปเอเชียแถบประเทศปากีสถาน จีน สุมาตรา ฟิลิปปินส์และในประเทศไทยพบอยู่ทุกภาค
นกตีทองชอบกินเมล็ดพืช ผลไม้และแมลงบางชนิดเป็นอาหาร
*พฤติกรรม, การสืบพันธุ์*
ชอบอาศัยอยู่ตามป่าโปร่งตามเรือกสวนใกล้หมู่บ้าน มักอยู่แต่เฉพาะบนต้นไม้ ไม่ลงมาบนพื้นดิน ส่งเสียงร้องคล้ายเสียงค้อนเคาะโลหะซ้ำๆ ดัง "ต๊ง ต๊ง"
นกตีทองทำรังอยู่ตามโพรงไม้ วางไข่ครั้งละ 4-5 ฟอง และช่วยกันกกไข่ทั้งตัวผู้และตัวเมีย
*สถานภาพปัจจุบัน*
เป็นนกประจำถิ่นที่พบได้ง่ายทั่วประเทศ จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช 2535
*********************************************************************************************
