..หลังจากที่ผมห่างหาย จากการนำภาพมาลงให้ชมกันซะหลายสัปดาห์...
ครั้งนี้ ผมจึงได้นำภาพชุดนกสวยๆมาให้ชมกันอีกครั้ง นะครับ..
ชุดนี้นำนกที่ชื่อ*นกกระจอกชวา*(Java Sparrow) ซึ่งถ่ายแถวๆบริเวณบ้าน
ลองชมกันดูนะครับว่าจะสวยเหมือนที่ผมกล่าวไว้หรือไม่.....
-------------------------------------------------------------------------------------------
*นกกระจอกชวา ( Java Sparrow ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Lonchura oryzivora ชื่อชนิดมาจากรากศัพท์ภาษาละตินคือ oeyz แปลว่าข้าว และ vor หรือ vorus แปลว่ากิน ความหมายคือ " นกที่ชอบกินเมล็ดข้าวเปลือก " พบและจำแนกชนิดได้ครั้งแรกที่เกาะชวา ประเทศอินโดนีเซีย
**รูปร่างลักษณะ เป็นนกขนาดเล็ก ความยาวจากปลายปากจดหาง 16 ซม.
**แหล่งอาศัยหากิน พบตามทุ่งนาใกล้หมู่บ้าน แหล่งเกษตรกรรม
**อาหาร ได้แก่ เมล็ดข้าวเปลือกในนาข้าวที่กำลังสุก ใกล้เก็บเกี่ยว นอกจากนี้ยังกินเม็ดธัญพืชอื่น เมล็ดหญ้า แมลง และ ตัวหนอน ด้วย
** ฤดูผสมพันธุ์ทำรังวางไข่ อยู่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน ระหว่างเดือนเมษายนถึงเดือนสิงหาคม ในภูมิภาคอื่นทำรังระหว่างเดือน มิถุนายน ถึง กรกฎาคม อีกช่วงหนึ่งคือเดือน ธันวาคม ทำรังตามโพรงต้นไม้ ชายคาบ้าน ซอกกำแพง และตามซอกสิ่งก่อสร้างของมนุษย์ ในระดับที่ค่อนข้างสูง ลักษณะของรังแทบไม่แตกต่างจากรังของนกกระจอกบ้าน หรือค่อนข้างกลม มีทางเข้าออก อยู่ทางด้านข้าง แต่มองไม่ชัดเจน เนื่องจากปากทางเข้า รกรุงรัง โดยสร้างจากใบหญ้าที่ฉีกละเอียดตามแนวยาวเป็นส่วนใหญ่ โดยไม่ใช้วัสดุอื่นเลย รังอยู่สูงจากพื้นดิน 3.6 - 15.2 เมตร วางไข่ครอกละ 3 - 5 ฟอง เปลือกไข่สีขาว ยังไม่ทราบชีววิทยาการสืบพันธุ์อื่น
** ในปัจจุบัน ( พ.ศ. 2550 ) นกในถิ่นเดิมคือ เกาะชวา และ บาหลี ถูกดักจับเพื่อส่งออกเป็นนกเลี้ยงกรงจำนวนเกินกว่าธรรมชาติจะทดแทนจำนวนที่ถูกจับไปได้ทัน ขณะนี้เป็นนกที่หายาก แม้ใน ถิ่นอาศัยเดิม ไปแล้ว คาดว่าถ้าการจับ และความนิยมเลี้ยงนกชนิดนี้ในต่างประเทศไม่ลดลง นกชนิดนี้จะสูญพันธุ์ไปจากถิ่นเดิมในไม่ช้า
สำหรับประเทศไทย เป็นนกที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซียเพื่อเป็นนกเลี้ยงกรงเมื่อ 50 ปีก่อน ( ปัจจุบัน พ.ศ. 2550 ) กรณีที่นกหลุดครั้งใหญ่สุดคือ เกิดอุบัติเหตุกรงแตกขณะลำเลียงลงจาก เครื่องบินที่สนามบินดอนเมืองเมื่อ 50 กว่าปีมาแล้ว จากนั้นนกก็แพร่กระจายอยู่รอดได้ตามธรรมชาติ เริ่มแรกทำรังตามชายคาอาคารสนามบินดอนเมือง ก่อนจะแพร่ไปตามพื้นที่สีเขียว ตรงข้าม สนามบินดอนเมือง ( หมู่บ้านแถบนี้เลี้ยงไก่ชน จึงมีเศษข้าวเปลือกตกหล่นเป็นอาหารนกอยู่มาก พื้นที่เป็นสีเขียว มีหญ้าที่ให้เมล็ดเป็นอาหารนกอยู่มาก ) โดยเฉพาะ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน และ วิทยาเขตกำแพงแสน อ. กำแพงแสน จ. นครปฐม มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตศาลายา ต่างก็มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ บางแห่งมีแปลงนาสาธิต มีการเพาะปลูกข้าวเป็นแปลง ฝึกสอน นักศึกษาสาขาวิชาเกษตรศาสตร์ จึงเป็นแหล่งอาหารที่ดี ประกอบกับนกกระจอกชวา เป็นนกที่มีการปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อม ของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่ที่นกแพร่กระจาย ครั้งแรกได้ จึงแพร่พันธุ์ต่อมา
เป็นนกป่าตามธรรมชาติ ของประเทศไทยไปแล้ว ส่วนที่พบทางภาคใต้
และ ที่เกาะภูเก็ต คาดว่าเป็นนกที่หลุดจากกรงและมีชีวิตอยู่รอดได้ในธรรมชาติ อีกส่วนหนึ่งอาจ แพร่กระจายมาจากมาเลเซีย แต่น่าเสียดายว่า การแพร่พันธุ์ยังคงอยู่ในพื้นที่จำกัดมาก เนื่องจากเป็นนกที่สวยงาม จึงมีการดักจับเป็นจำนวนมากๆ ในคราวเดียว นกกระจอกชวา จึงประสบ ชะตากรรมอย่างเดียวกับ นกกระติ๊ดญาติสนิทของมัน ปริมาณจึงค่อนข้างคงที่ และ ไม่สามารถแพร่กระจาย ไปได้ไกลกว่าสถานที่ดังกล่าว และไม่แน่ว่า ด้วยราคาค่าตัวของนกที่สูงขึ้น หากความนิยม เลี้ยงนกในกรงชนิดนี้ไม่ลดลง
ก็เชื่อแน่ว่า นกชนิดนี้จะ หมดไปจากธรรมชาติ ในไม่ช้า อิสระเสรีที่บรรพบุรุษของมัน ได้รับมา ตลอดเวลากว่า 50 ปีในประเทศไทยก็จะสิ้นสุดลง
**แหล่งข้อมูล : " นกในเมืองไทย " โดย รศ. โอภาส ขอบเขตต์